วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556
ความแตกต่าง ระหว่างมัธยม กับมหาวิทยาลัย
ความแตกต่างระหว่าง มัธยม กับ มหาวิทยาลัย เมื่อเราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย
เรา... ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ
แม้... มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใดก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถว
กันเป็นห้อง
เรา... รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน
แม้... เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราต
้องส่งอาจารย์
เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร
แม้... โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
เรา... .เดินไปเรียนด้วยกัน
แม้... ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อน
เราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน
แม้... มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใดก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถว
กันเป็นห้อง
เรา... รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน
แม้... เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราต
้องส่งอาจารย์
เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร
แม้... โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา
เรา... .เดินไปเรียนด้วยกัน
แม้... ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อน
เราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน
เรา... พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน
แม้... ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน
เรา... กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก
แม้... บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน
เรา... นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด
แม้... ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน
ถึงแม้... กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน
แม้... ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน
เรา... กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก
แม้... บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน
เรา... นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด
แม้... ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน
ถึงแม้... กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน
7 สูตรพอกหน้า จากทั่วโลก
สำหรับใครที่อยากจะมีใบหน้าสวยใส วันนี้เรามีสูตรการพอกหน้าแบบพิเศษ ที่สรรหามาจากทั่วโลกให้คุณได้บำรุงผิวหน้าของคุณ ให้คุณมีผิวที่ขาวใส รับรองว่าสูตรจะทำให้คุณกลายเป็นสาวที่มีสุขภาพดี สดใสแน่นอนคะ ไปลองทำกันเลยค้า
แบบที่ 1 พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง (ประเทศสเปน)
วิธีการ : ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้ง ไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพัก ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยง ที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วก็ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก ให้สะอาด เป็นอันเสร็จพิธี
แบบที่ 2 พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล (ประเทศเบลเยี่ยม)
วิธีการ : ปอกแอปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก บดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบด จนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้างออก
แบบที่ 3 พอกหน้าด้วยแตงโม (ประเทศตุรกี)
วิธีการ : ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
แบบที่ 4 พอกหน้าด้วยไข่ขาว (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)
วิธีการ : ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงขนนุ่ม จุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
แบบที่ 5 พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง (ประเทศฝรั่งเศส)
วิธีการ : ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
แบบที่ 6 พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ (ประเทศญี่ปุ่น)
วิธีการ : ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมี วิตามินซีและกรด AHA จะช่วยลอกผิวหน้าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็น เช็ดมะเขือเทศออกให้สะอาด
แบบที่ 7 พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว (ประเทศรัสเซีย)
วิธีการ : สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก ตำรานี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน เพราะจะช่วยให้ ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้ จะเห็นว่าสูตรหน้าที่กล่าวมาทั้งหมด ทำได้ง่ายๆ จากของใกล้ๆ ตัวอันมาจากธรรมชาติโดยเฉพาะ ลองเลือก ใช้สูตรใดสูตรหนึ่งดู แล้วแต่คุณถนัดหรือพอจะหาวัตถุดิบได้
วิธีการ : ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้ง ไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพัก ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยง ที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วก็ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก ให้สะอาด เป็นอันเสร็จพิธี
แบบที่ 2 พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล (ประเทศเบลเยี่ยม)
วิธีการ : ปอกแอปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก บดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบด จนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้างออก
แบบที่ 3 พอกหน้าด้วยแตงโม (ประเทศตุรกี)
วิธีการ : ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
แบบที่ 4 พอกหน้าด้วยไข่ขาว (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)
วิธีการ : ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงขนนุ่ม จุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
แบบที่ 5 พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง (ประเทศฝรั่งเศส)
วิธีการ : ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
แบบที่ 6 พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ (ประเทศญี่ปุ่น)
วิธีการ : ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมี วิตามินซีและกรด AHA จะช่วยลอกผิวหน้าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็น เช็ดมะเขือเทศออกให้สะอาด
แบบที่ 7 พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว (ประเทศรัสเซีย)
วิธีการ : สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก ตำรานี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน เพราะจะช่วยให้ ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้ จะเห็นว่าสูตรหน้าที่กล่าวมาทั้งหมด ทำได้ง่ายๆ จากของใกล้ๆ ตัวอันมาจากธรรมชาติโดยเฉพาะ ลองเลือก ใช้สูตรใดสูตรหนึ่งดู แล้วแต่คุณถนัดหรือพอจะหาวัตถุดิบได้
เสน่ห์ 10 ข้อ ของผู้หญิง
เกิดเป็นผู้หญิง จะสวยน้อยหรือสวยมากแค่ไหน ไม่อาจกำหนดเองได้ แต่สิ่งที่เราสามารถปรุงแต่งนอกจากความสวยงามแล้ว คือ "เสน่ห์" จากการรู้จักเลือก
1. ชุดชั้นใน ถ้าคุณคิดว่าไม่สำคัญ ผิดถนัดนัก แม้นว่าชุดนี้จะซ่อนอยู่อย่างมิดชิด ควรให้ความสำคัญสักนิด เพราะอยู่ติดกับผิวกายคุณที่สุด วัสดุเนื้อผ้าการรัดตัวของชุด หรือหลวมหย่อนย้วยจนเกินไป ให้รู้สึกสบายตัวที่สุด เพื่อความรู้สึกที่ดีจากข้างในถึงข้างนอก
2. กระเป๋าถือ สิ่ง นี้คือของคู่กายของคุณสุภาพสตรี เพราะเป็นแม่บุญหอบกันแทบทั้งนั้น ไหนจะกระเป๋าสตางค์ มือถือ พวงกุญแจ เครื่องสำอางเอย จิปาถะ เลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ดูให้เข้ากับตามโอกาส พกพาแต่ของสำคัญจำเป็นจริง ๆ 80% เก็บไว้ที่บ้าน 20% พกติดตัว แค่นั้นจึงเหมาะสม
3. หน้าตายิ้มแย้ม ถึงแม้คุณจะแต่งตัวงดงามเพียงใด หน้าตาสดสวยมีเสน่ห์ กลิ่นกายหอมชื่นใจ แต่หน้างอเป็นม้าหมากรุกบอกบุญไม่รับ กลับบ้านไปนอนดีกว่า ใคร ๆ คงไม่อยากอยู่ไกล้ แล้วมันดีตรงไหนกันละคุณ
4. รองเท้า รองเท้าที่ไม่เข้ากับชุดเสื้อผ้าที่สวมอยู่หรือสวมแล้วเป็นทุกข์เพราะเจ็บ เหลือใจ ดูไม่เหมาะถึงจะชอบใส่ขนาดไหน แต่ดูขัดกับบุคคลิก เช่น สูงปรี๊ดหรือลำลองเหมือนดูเล่นอยู่ตามตลาดสด อย่าพยายามให้อภัยที่คิดจะใส่มันเลย เสียบุคคลิกเปล่า ๆ แต่ถ้ายังคิดจะใส่อยู่ ต้องมั่นใจ เดินตัวตรงอย่างสง่า นั่นแหละแน่จริง
5. กิริยาวาจา ท่าทางการเดิน วาจาบ่งบอกถึงการอบรม ถึงคุณจะสนิทรักใคร่กันมาเก็บวาจาไว้คุณกันที่ลับดีกว่า ท่าทางท่วงทีการเดินให้มีสง่าเข้าไว้ ตัวตรงหลังตึง ไปไหนมาไหนอย่าให้เหมือนพายุหมุนก็พอแล้ว
2. กระเป๋าถือ สิ่ง นี้คือของคู่กายของคุณสุภาพสตรี เพราะเป็นแม่บุญหอบกันแทบทั้งนั้น ไหนจะกระเป๋าสตางค์ มือถือ พวงกุญแจ เครื่องสำอางเอย จิปาถะ เลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ดูให้เข้ากับตามโอกาส พกพาแต่ของสำคัญจำเป็นจริง ๆ 80% เก็บไว้ที่บ้าน 20% พกติดตัว แค่นั้นจึงเหมาะสม
3. หน้าตายิ้มแย้ม ถึงแม้คุณจะแต่งตัวงดงามเพียงใด หน้าตาสดสวยมีเสน่ห์ กลิ่นกายหอมชื่นใจ แต่หน้างอเป็นม้าหมากรุกบอกบุญไม่รับ กลับบ้านไปนอนดีกว่า ใคร ๆ คงไม่อยากอยู่ไกล้ แล้วมันดีตรงไหนกันละคุณ
4. รองเท้า รองเท้าที่ไม่เข้ากับชุดเสื้อผ้าที่สวมอยู่หรือสวมแล้วเป็นทุกข์เพราะเจ็บ เหลือใจ ดูไม่เหมาะถึงจะชอบใส่ขนาดไหน แต่ดูขัดกับบุคคลิก เช่น สูงปรี๊ดหรือลำลองเหมือนดูเล่นอยู่ตามตลาดสด อย่าพยายามให้อภัยที่คิดจะใส่มันเลย เสียบุคคลิกเปล่า ๆ แต่ถ้ายังคิดจะใส่อยู่ ต้องมั่นใจ เดินตัวตรงอย่างสง่า นั่นแหละแน่จริง
5. กิริยาวาจา ท่าทางการเดิน วาจาบ่งบอกถึงการอบรม ถึงคุณจะสนิทรักใคร่กันมาเก็บวาจาไว้คุณกันที่ลับดีกว่า ท่าทางท่วงทีการเดินให้มีสง่าเข้าไว้ ตัวตรงหลังตึง ไปไหนมาไหนอย่าให้เหมือนพายุหมุนก็พอแล้ว
6. สเปรย์ระงับกลิ่นปาก ที่สุดของสิ่งเสริมเสน่ห์ ดูปิ๊งปั๊งตั้งแต่หัวจดเท้าแต่พอเผยวาจาออกมา เพื่อนแตกฮือ ก็กลิ่นเจ้าหล่อนไม่จ๊ะจ๋าด้วย พกสเปรย์ระงับกลิ่นปากกันไว้ยิ่งเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องจ๊ะจ๋าทั้งวันกันไว้ก่อนเถอะคุณ
7. เครื่องแต่งกาย แรกสุดคุณต้องรู้จักรูปร่างของคุณก่อน และพิจารณาสวมใส่ชุดให้เหมาะกับวาระโอกาสและสถานที่ เคารพต่อกิจกรรมที่ต้องเข้าร่วม ใส่ใจกับการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบและสีสัน ดูให้เหมาะสมกับบุคลิกของคุณเอง อย่าเดินไล่ตามหลังแฟชั่นเกินไป จนผู้คนรอบข้างตะลึงงัน
8. เครื่องสำอาง ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง หน้าตาผมเผ้า ดูแลกันนิด ประแป้งสักหน่อยเติมสีปากสักนิด จัดผมให้เข้าที่เข้าทาง อย่าถึงกลับปล่อยให้หน้าโทรมมันแผล็บ เหมือนไปวิ่งการกุศลมา แต่ขอร้องไม่ต้องพอกหน้าจนหาผิวเดิมไม่เจอก็แล้วกัน
9. เครื่องประดับ ชุดเสื้อผ้าก็ดูดีแล้ว ทั้งกระเป๋า รองเท้า หน้าตาสวยสดใส หาเครื่องประดับอีกนิดแค่เสริมเติมให้ชุดกับตัวคุณดูมีลูกเล่น ไม่ต้องมากมายแค่ดูไม่เลี่ยนจนเกินไป เพิ่มเสน่ห์หญิงขึ้นมาทันที
10. น้ำหอม เครื่องหอม น้ำปรุง หากลิ่นประจำตัวไว้ก็ไม่เลว ถึงคุณจะไม่ชอบหรือแพ้น้ำหอม แค่คโลญจ์หรือโลชั่นทาผิวกลิ่นอ่อน ๆ เดินผ่านใคร กลิ่นหอมชื่นใจติดเป็นกลิ่นประจำกายคุณได้
9. เครื่องประดับ ชุดเสื้อผ้าก็ดูดีแล้ว ทั้งกระเป๋า รองเท้า หน้าตาสวยสดใส หาเครื่องประดับอีกนิดแค่เสริมเติมให้ชุดกับตัวคุณดูมีลูกเล่น ไม่ต้องมากมายแค่ดูไม่เลี่ยนจนเกินไป เพิ่มเสน่ห์หญิงขึ้นมาทันที
10. น้ำหอม เครื่องหอม น้ำปรุง หากลิ่นประจำตัวไว้ก็ไม่เลว ถึงคุณจะไม่ชอบหรือแพ้น้ำหอม แค่คโลญจ์หรือโลชั่นทาผิวกลิ่นอ่อน ๆ เดินผ่านใคร กลิ่นหอมชื่นใจติดเป็นกลิ่นประจำกายคุณได้
7 นิสัยเสีย ทำร้ายผิวให้แก่ก่อนวัย
เผย 7 นิสัยเสียทำร้ายผิวให้แก่ก่อนวัย ต้นตออยู่ที่พฤติกรรมประจำวันนี้เอง!แพทย์หญิง พักตร์พิไล ทวีสิน ผู้เขียนหนังสือ เคล็ดลับดูแลผิว Forever Young บันทึกไว้ว่า การจะดูแลผิวให้สาวกว่าวัยต้องดูถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยหลีกเลี่ยง 7 นิสัยทำร้ายผิว ได้แก่
เย้ยฟ้าท้าแดด ขึ้นชื่อว่ารังสีอัลตราไวโอเลต ไม่ว่าจะชนิดเอหรือชนิดบีก็มีอำนาจทะลุทะลวงกระจก ช่องหน้าต่างมาสู่ผิวได้ทุกกรณี ขอแนะนำให้ทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่เว้นแม้วันเมฆหมอกหนาหรืออยู่กับบ้านเฉย ๆ ถ้าไม่อยากให้ผิวเสื่อมเร็ว
- ผีเสื้อราตรี พวกนี้แก่เร็ว เพราะชอบอดนอน ฉะนั้นวันไหนต้องอดนอน อีกวันต้องรีบหาเวลางีบให้ได้ เช่น เวลานั่งรถ นั่งทำงาน หรือประชุม ให้นั่งหลับตา พักสายตานิดนึง เลือดจะได้ไหลเวียนดี เพราะถ้าเพ่งตาเรื่อย ๆ ตาจะดำคล้ำ
- กินไม่เลือก ยิ่งอายุมากยิ่งต้องพิถีพิถันเรื่องอาหารการกิน หากกินแต่แป้ง เนื้อสัตว์ น้ำตาล แล้วไม่กินผักผลไม้ ผิวจะไม่สดชื้น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน ควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว
- สะสมสารพิษ อย่างแรกเลยคือ บุหรี่ ทำให้ผิวพรรณดูหยาบกร้าน และปรอทในฟัน ซึ่งมีในผู้ที่อุดฟันด้วยอะมัลกัม สีเงินหรือสีทอง การอุดฟันชนิดนี้เวลากินอาหารที่เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ ชีส น้ำตาล จะทำให้ปรอทออกมากับอาหาร แล้วกลืนเข้าไป ปรอทเป็นโลหะหนักไปจับอยู่กับเม็ดเลือด เม็ดเลือดทำงานได้ไม่ดี เอาออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะไม่ได้ กลายเป็นแบกปรอทแทนที่จะแบกออกซิเจน ทำให้มีภาวะซีดเรื้อรัง ภูมิแพ้เรื้อรัง เพราะเม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาวทำงานไม่ปกติ อาจมีผลให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ส่วนผิวพรรณก็ไม่สวย แห้งกร้าน และแพ้ง่าย
- ความเครียด มีผลให้ร่างกายเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ต่อสู้กับความเครียด พอเครียดขึ้นไปอีกจุด คอร์ติซอลออกมาจนหมดต่อมหมวกไต ส่งผลให้ร่างกายผอมแห้งเหี่ยว หน้าตาอมทุกข์
- ขี้เกียจออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นแอนไทเอจจิ้ง ในการชะลอความชรา
ได้ดีที่สุด
- ใช้เครื่องสำอางผิดวิธี มี 2 ประการคือ ขัดถู ล้างหน้ามากไป ทำให้เกิดริ้วรอย ดำคล้ำ ผิวแห้งผิวหยาบกร้าน รูขุมขนกว้าง และใช้เครื่องสำอางหมดอายุ
- ผีเสื้อราตรี พวกนี้แก่เร็ว เพราะชอบอดนอน ฉะนั้นวันไหนต้องอดนอน อีกวันต้องรีบหาเวลางีบให้ได้ เช่น เวลานั่งรถ นั่งทำงาน หรือประชุม ให้นั่งหลับตา พักสายตานิดนึง เลือดจะได้ไหลเวียนดี เพราะถ้าเพ่งตาเรื่อย ๆ ตาจะดำคล้ำ
- กินไม่เลือก ยิ่งอายุมากยิ่งต้องพิถีพิถันเรื่องอาหารการกิน หากกินแต่แป้ง เนื้อสัตว์ น้ำตาล แล้วไม่กินผักผลไม้ ผิวจะไม่สดชื้น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน ควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว
- สะสมสารพิษ อย่างแรกเลยคือ บุหรี่ ทำให้ผิวพรรณดูหยาบกร้าน และปรอทในฟัน ซึ่งมีในผู้ที่อุดฟันด้วยอะมัลกัม สีเงินหรือสีทอง การอุดฟันชนิดนี้เวลากินอาหารที่เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ ชีส น้ำตาล จะทำให้ปรอทออกมากับอาหาร แล้วกลืนเข้าไป ปรอทเป็นโลหะหนักไปจับอยู่กับเม็ดเลือด เม็ดเลือดทำงานได้ไม่ดี เอาออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะไม่ได้ กลายเป็นแบกปรอทแทนที่จะแบกออกซิเจน ทำให้มีภาวะซีดเรื้อรัง ภูมิแพ้เรื้อรัง เพราะเม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาวทำงานไม่ปกติ อาจมีผลให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ส่วนผิวพรรณก็ไม่สวย แห้งกร้าน และแพ้ง่าย
- ความเครียด มีผลให้ร่างกายเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ต่อสู้กับความเครียด พอเครียดขึ้นไปอีกจุด คอร์ติซอลออกมาจนหมดต่อมหมวกไต ส่งผลให้ร่างกายผอมแห้งเหี่ยว หน้าตาอมทุกข์
- ขี้เกียจออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นแอนไทเอจจิ้ง ในการชะลอความชรา
ได้ดีที่สุด
- ใช้เครื่องสำอางผิดวิธี มี 2 ประการคือ ขัดถู ล้างหน้ามากไป ทำให้เกิดริ้วรอย ดำคล้ำ ผิวแห้งผิวหยาบกร้าน รูขุมขนกว้าง และใช้เครื่องสำอางหมดอายุ
ยีนส์สั้น แฟชั่นสะท้านใจ
เก็บแฟชั่น กางเกงยีนส์สั้น มาฝาก
หากนึกถึงสาวไทย ยีนส์สั้น ก็ต้องนึกถึง กิ๊บซี่ วนิดา .. เธอใส่ยีนส์สั้นได้น่ารัก และเซ็กซี่มาก
หากนึกถึงสาวไทย ยีนส์สั้น ก็ต้องนึกถึง กิ๊บซี่ วนิดา .. เธอใส่ยีนส์สั้นได้น่ารัก และเซ็กซี่มาก
สีผมสีชมพู หว๊าน หวาน
ตอนนี้สีผมหวานเย็น กำลังได้รับความนิยมโดยทั่วโลก จะเห็นได้ว่าเหล่านักร้อง ดารา นักแสดง หลายๆ คน ก็ต่างตอบรับเทรนด์นี้กันมากเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น Katy Perry แต่ในกระทู้นี้เราจะนำเสนอสีผมสีชมพู ทำแล้วแลดูสนุก
วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556
วิธีเคล็ดลับการดูแลหน้าให้ใสปิ๊ง
คุณจะถนอมผิวพรรณกันให้ถูกวิธีได้อย่างไร ถ้ายังไม่รู้จักสภาพผิวของตัวเองกันก่อน
วิธีง่ายๆ ... ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ยังไม่ต้องชโลมด้วยครีมบำรุงใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้หน้าแห้งสัก 1 ชั่วโมง แล้วลองส่องกระจกแบบขยายสุดๆ ทำในที่สว่างๆกันสักหน่อย สำรวจใบหน้าในช่วงกลางวันล่ะเป็นดีที่สุด
วิธีง่ายๆ ... ล้างหน้าให้สะอาดหมดจด ยังไม่ต้องชโลมด้วยครีมบำรุงใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้หน้าแห้งสัก 1 ชั่วโมง แล้วลองส่องกระจกแบบขยายสุดๆ ทำในที่สว่างๆกันสักหน่อย สำรวจใบหน้าในช่วงกลางวันล่ะเป็นดีที่สุด
1. คุณมีผิวแห้ง ถ้าสังเกตเห็นว่าหน้าคุณแห้ง แตกเป็นขุย และปรากฎริ้วรอยบนโหนกแก้ม
2. คุณมีผิวมัน ถ้าต่อมของไขมันใหญ่กว่าชาวบ้านเขา และ ยังขยันผลิตน้ำมันออกมาให้หน้าคุณดูมันเยิ้มไปทั่วใบหน้า
3. คุณมีผิวผสม ถ้าปรากฎความมันเฉพาะบริเวณทีโซน คือบริเวณจมูก คางและหน้าผาก ในขณะที่บริเวณแก้ม อาจจะดูแห้งได้
2. คุณมีผิวมัน ถ้าต่อมของไขมันใหญ่กว่าชาวบ้านเขา และ ยังขยันผลิตน้ำมันออกมาให้หน้าคุณดูมันเยิ้มไปทั่วใบหน้า
3. คุณมีผิวผสม ถ้าปรากฎความมันเฉพาะบริเวณทีโซน คือบริเวณจมูก คางและหน้าผาก ในขณะที่บริเวณแก้ม อาจจะดูแห้งได้
วิธีดูแลผิวสำหรับผิวแต่ละแบบ
1. สาวผิวมัน
เป็นความเข้าใจผิด ถ้าคิดว่าต้องล้างหน้ากันบ่อยๆเพราะการล้างหน้ายิ่งบ่อย ก็จะไปกระตุ้มการทำงานของต่อมไขมันมากขึ้น หมอผิวหนังส่วนใหญ่จะแนะนำให้ล้างหน้าวันละแค่ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีสาร MAP ที่ช่วยลดความมันส่วนเกินแต่ไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ
แต่ถ้าอยากจะประหยัดสตางค์ ลองสูตรนี้กันดูค่ะนำเปลือกแตงโม มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่น กรองเอาแต่น้ำ นำมาล้างหน้า ทิ้งไว้สัก 15 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า จะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อย่างดีทีเดียว หรือจะใช้สัปปะรดก็ได้นำเนื้อสัปปะรดเปรี้ยวๆ สัก 1 เสี้ยว มาสับให้ละเอียด ถ้าคิดจะทุ่นแรงด้วยเครื่องปั่นก็ไม่ต้องปั่นให้ละเอียดนัก นำมาพอกหน้าแล้วทิ้งไว้สัก 10 นาที ช่วยลดควมมันของใบหน้าได้แล้วยัง ช่วยให้ผิวดูสดใสอีกด้วย หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านี้ โยเกิร์ตที่คุณทานเหลือติดก้นถ้วย นำมาทำมาส์คพอกหน้าสำหรับสาวผิวมันได้อย่างดีเยี่ยม
เป็นความเข้าใจผิด ถ้าคิดว่าต้องล้างหน้ากันบ่อยๆเพราะการล้างหน้ายิ่งบ่อย ก็จะไปกระตุ้มการทำงานของต่อมไขมันมากขึ้น หมอผิวหนังส่วนใหญ่จะแนะนำให้ล้างหน้าวันละแค่ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีสาร MAP ที่ช่วยลดความมันส่วนเกินแต่ไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ
แต่ถ้าอยากจะประหยัดสตางค์ ลองสูตรนี้กันดูค่ะนำเปลือกแตงโม มาล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปปั่น กรองเอาแต่น้ำ นำมาล้างหน้า ทิ้งไว้สัก 15 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่า จะช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อย่างดีทีเดียว หรือจะใช้สัปปะรดก็ได้นำเนื้อสัปปะรดเปรี้ยวๆ สัก 1 เสี้ยว มาสับให้ละเอียด ถ้าคิดจะทุ่นแรงด้วยเครื่องปั่นก็ไม่ต้องปั่นให้ละเอียดนัก นำมาพอกหน้าแล้วทิ้งไว้สัก 10 นาที ช่วยลดควมมันของใบหน้าได้แล้วยัง ช่วยให้ผิวดูสดใสอีกด้วย หรือถ้าจะให้ง่ายกว่านี้ โยเกิร์ตที่คุณทานเหลือติดก้นถ้วย นำมาทำมาส์คพอกหน้าสำหรับสาวผิวมันได้อย่างดีเยี่ยม
2. สาวผิวแห้ง
ควรเลือกสบู่หรือโฟมล้างหน้าที่ค่อนข้างอ่อน แต่ถ้ามีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรเซอร์ด้วย จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว หรือจะเลือกใช้ของธรรมชาติมาบำรุงผิวก็ไม่ยาก กล้วยสุกๆ นี่แหล่ะเป็นผลไม้ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับสาวผิวแห้งได้เป็นอย่างดี วิธีเพิ่มความงามก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงนำกล้วยสุกมายีด้วยส้อมให้เละๆ เข้าไว้ แล้วเติมน้ำมันมะกอกลงไปสักเล็กน้อย แค่ก็พอเหลว นำมาพอกหน้า ทิ้งไว้สัก20 นาทีแล้วจึงล้างออก เพียงแค่นี้ผิวก็จะสดใส มีน้ำมีนวลแล้วล่ะค่ะ
3. สาวผิวผสม
ใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าที่ช่วยลดความมันส่วนเกินเฉพาะบริเวณทีโซน ส่วนบริเวณอื่นที่ดูแห้งนั้น ใช้สบู่อ่อนๆ เพื่อรักษาน้ำหล่อเลี้ยงผิวไว้ ไม่ให้ผิวดูแห้งจนเกินไป ส่วนสูตรเพิ่มความงามตามธรรมชาติสำหรับผิวผสมนั้น แนะนำว่าให้ใช้แตงกวาบดละเอียด แล้วผสมกับนมสด ลูบไล้ให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงล้างออก ผิวหน้าจะนุ่มใสขึ้น
ผิวจะสวยใส ชวนมองนอกจากจะประณีตกับการล้างหน้าและพิถีพิถันกับการเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่เหมาะกับสภาพผิวกันแล้ว การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นอาหารประเภทผักสดและผลไม้ ที่อุดมด้วยวิตามินสำหรับบำรุงผิวพรรณ นอนหลับให้เต็มอิ่มรวมทั้งการออกกำลังกายกันเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ผิวพรรณสดใส มีน้ำมีนวล และแลดูอ่อนเยาว์ตลอดกาลค่ะ
เสื้อกั๊กเป็นหนึ่งไอเท็มที่เหมาะมากๆกับการมิกซ์แอนด์แมทช์แบบ Layer นะคะ สาวๆสามารถแมทช์กับเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต หรือเดรสก็ได้ เป็นการเพิ่มลูกเล่นและสไตล์การแต่งตัวให้มีความหลากหลายนอกจากการแต่งตัวแบบเดิมๆ
เสื้อกั๊กสำหรับสาวๆมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกเลยค่ะ เช่น เสื้อกั๊กเดนิม ขนสัตว์ ลูกไม้ หรือโครเชต์ เราขอแนะนำให้สาวๆลงทุนกับการซื้อเสื้อกั๊กไว้อย่างน้อยหนึ่งแบบถือว่าเป็น การลงทุนที่คุ้มค่ามากๆค่ะ เพราะสาวๆสามารถหยิบมาสวมใส่ได้ตลอดกาล ไม่ว่าจะปีไหน ฤดูกาลอะไร
ใส่อย่างไรถึงดูดี?
- แมทช์เสื้อกั๊กสไตล์ Layer
เสื้อกั๊กสามารถนำมาแมทช์กับเสื้อผ้าได้ทุกแบบเพื่อทำให้เกิด Layer เช่น แมทช์กับเสื้อ sweater ไปจนถึงเดรส แต่สาวๆควรระวังไม่ให้การแมทช์ดูเยอะและหนาจนเกินไป ถ้าเสื้อผ้าที่สวมใส่มีความหนาอยู่แล้วเสื้อกั๊กที่นำมาสวมทับก็ไม่ควรทำมา จากผ้าที่หนาค่ะ
เมื่อส่วนบนเราสวมทับด้วยเสื้อกั๊ก จะทำให้ดูรูปร่างด้านบนหนามากขึ้น เราจึงควรบาลานซ์ท่อนล่างด้วยการคาดเข็มขัดเส้นเล็กๆเพื่อให้รูปร่างดูสม ส่วนและดูไม่อ้วนค่ะ
- ใส่ไอเดียลงไปให้กับการแต่งตัว
เราอยากให้สาวๆหลุดจากกรอบสไตล์เดิมๆค่ะ เราแนะนำให้ลองแมทช์เสื้อกั๊กกับกางเกงขาสั้น กระโปรงไม่ว่าจะทรงดินสอไปจนถึงกระโปรงที่เป็นชั้นๆ หรือเดรสเชิ้ต
และอย่างที่บอกว่าการมิกซ์แอนด์แมทช์ที่ดีเราควรบาลานซ์รูปร่างให้ออกมา ดูสมส่วน หากสาวๆใส่เสื้อกั๊กที่ตัวค่อนข้างหลวม กางเกงหรือกระโปรงที่นำมาแมทช์ควรที่จะเข้ารูป
นอกจากนี้เสื้อกั๊กยังสามารถช่วยอำพรางจุดด้อยของรูปร่างได้ด้วยค่ะ เช่น สาวๆที่มีไหล่กว้างควรเลือกเสื้อกั๊กตัวยาว
- เลือกสไตล์ที่เหมาะกับตนเอง เป็นเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดค่ะ -
5 วิธี เพื่อคอสวยกลมกลืนกับใบหน้า
สาว ๆ ที่ห่วงสวยหลายคน อาจจะมีสูตรบำรุงใบหน้ากันสารพัด เรียกว่าเอาให้ใสกิ๊งขาวใสไร้ที่ติได้ยิ่งดีเลยทีเดียว แต่ในขณะที่สาวหน้าใสหลายคนโชว์หน้าขาวใสกันอย่างภาคภูมิใจ แต่บางคนก็อย่ามองที่คอเธอเลยทีเดียวล่ะ เพราะสุขภาพของผิวและความขาวสว่าง อาจจะตัดกับใบหน้าอย่างเห็นได้ชัดเลย วันนี้ก็เลยขอเอาวิธีบำรุงผิวในส่วนคอที่อยู่ติดกับใบหน้ามาฝากกัน ไปดูกันดีกว่าว่าเราจะดูแลผิวส่วนนี้กันได้อย่างไรบ้าง
1. ใช้ครีมบำรุงใบหน้า กับส่วนผิวบริเวณคอไปพร้อม ๆ กัน แต่ถ้าหากครีมบำรุงใบหน้าของคุณราคาแพงเกินกว่าที่จะใช้ฟุ่มเฟือย ก็ซื้อครีมสำหรับทาใบหน้า แบรนด์อื่นที่ราคาถูกมาไว้สำหรับทาคอโดยเฉพาะก็ได้ค่ะ
2. หากคุณประสบปัญหาผิวคอคล้ำกว่าผิวหน้า ให้ใช้น้ำมะนาวครึ่งลูกผสมกับน้ำเล็กน้อย ทาบริเวณคอก่อนอาบน้ำทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วอาบน้ำ ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้จ้า
3. ใช้ใยบวบขัดผิวบริเวณคอขณะอาบน้ำด้วย เชื่อสิว่าสาว ๆ หลายคนมักจะละเลยการขัดผิวส่วนนี้ไปขณะอาบน้ำ
4. เครื่องสำอางประเภทโทนเนอร์ ให้เช็ดเลยลงมาบริเวณคอหลังจากเช็ดหน้าเรียบร้อยแล้ว จะช่วยบำรุงไปพร้อม ๆ กันค่ะ
5. ผิวบริเวณคอ ควรใช้แป้งฝุ่นที่มีกลิตเตอร์มากกว่าที่ใช้กับหน้าเล็กน้อย จะช่วยทำให้ผิวโดดเด่นขึ้น และกลมกลืนกับใบหน้า เพราะโดยปกติแล้วเวลาที่เราลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ จะทำให้หน้าดูขาวสว่างกว่าบริเวณคออยู่แล้วค่ะ
2. หากคุณประสบปัญหาผิวคอคล้ำกว่าผิวหน้า ให้ใช้น้ำมะนาวครึ่งลูกผสมกับน้ำเล็กน้อย ทาบริเวณคอก่อนอาบน้ำทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วอาบน้ำ ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิวได้จ้า
3. ใช้ใยบวบขัดผิวบริเวณคอขณะอาบน้ำด้วย เชื่อสิว่าสาว ๆ หลายคนมักจะละเลยการขัดผิวส่วนนี้ไปขณะอาบน้ำ
4. เครื่องสำอางประเภทโทนเนอร์ ให้เช็ดเลยลงมาบริเวณคอหลังจากเช็ดหน้าเรียบร้อยแล้ว จะช่วยบำรุงไปพร้อม ๆ กันค่ะ
5. ผิวบริเวณคอ ควรใช้แป้งฝุ่นที่มีกลิตเตอร์มากกว่าที่ใช้กับหน้าเล็กน้อย จะช่วยทำให้ผิวโดดเด่นขึ้น และกลมกลืนกับใบหน้า เพราะโดยปกติแล้วเวลาที่เราลงรองพื้น คอนซีลเลอร์ จะทำให้หน้าดูขาวสว่างกว่าบริเวณคออยู่แล้วค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556
สูตรหน้าใสแบบธรรมชาติ "ของคนชอบนอนดึก"
สูตรหน้าใสแบบธรรมชาติ "ของคนชอบนอนดึก"ด้วยสูตรหน้าใสแบบธรรมชาติจะช่วยคนที่ชอบนอนดึก นอนน้อย นอนผิดเวลา ให้คุณได้กลับมามีผิวหน้าที่สดใสเปล่งปลั่งดั่งเดิมหรือจะดียิ่งกว่าเดิมอีกนะ อิอิ อยากรู้คงต้องลองกับ สูตรหน้าใสแบบธรรมชาติ กันได้แล้วล่ะจ๊ะ แต่ถ้าจะให้สวยจากภายในด้วย
สำหรับสาวๆ นอนดึกเนี่ยต้องหาอะไรทานช่วยผิวหน้ากันสักหน่อยแล้ว แม้ว่าสูตรหน้าใสแบบธรรมชาติ จะช่วยคุณได้แต่ก็เพียงภายนอกเท่านั้นถ้าได้ผสมผสานกับภายในด้วยก็ย่อมส่งผลกระตุ้นเซลล์ผิวได้เร็วยิ่งนะค่ะ ขอแนะนำหากคุณนอนดึกอาหารที่จะช่วยผิวคุณคือ กินปลา ผักสด ผลไม้สด ลดแป้งให้น้อย ดื่มน้ำผลไม้ อาทิเช่น น้ำแครท น้ำส้ม ฯลฯ เพียงแค่นี้ก็ช่วยผิวพรรณคุณได้เยอะแล้วค่ะ นั้นเรามาต่อกันที่ สูตรหน้าใสแบบธรรมชาติ ที่ช่วยส่งเสริมจากภายนอกกันเลยค่ะ
สูตรหน้าใสแบบธรรมชาติ
ส่วนผสม
- ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือเทศลูกใหญ่ปั่นละเอียด 2 ลูก
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
- มะเขือเทศลูกใหญ่ปั่นละเอียด 2 ลูก
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15-30 นาทีแล้วล้างออก หากเหลือเก็บใส่กล่องแช่เย็นได้นาน 1 สัปดาห์
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)













.jpg)
.jpg)
.jpg)









