วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

ความแตกต่าง ระหว่างมัธยม กับมหาวิทยาลัย

ความแตกต่างระหว่าง มัธยม กับ มหาวิทยาลัย เมื่อเราอยู่มหาลัยเราจะคิดแบบนี้มั้ย


เรา... ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้าแถวเคารพธงชาติ
แม้... มหาวิทยาลัยจะเปิดเพลงชาติเสียงดังเพียงใดก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้าแถว
กันเป็นห้อง


เรา... รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรมรักการอ่าน
แม้... เราจะจดและบันทึกความรู้ในมหาวิทยาลัยจะมีมากมายเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเราต
้องส่งอาจารย์


เรา...  นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหาร
แม้... โรงอาหารที่มหาวิทยาลัยจะใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา


เรา... .เดินไปเรียนด้วยกัน
แม้... ตึกและห้องเรียนในมหาวิทยาลัยจะหรูหรายิ่งใหญ่เพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อน
เราจะนั่งเรียนอยู่ทุกคน 

เรา... พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่ออยู่ในห้องเรียน
แม้... ในมหาวิทยาลัยเราจะพูดคุยเสียงดังเพียงไหนก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน


เรา... กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียนเลิก
แม้... บ้านเราจะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเพียงไหน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านเราที่สุดจะได้กลับบ้านทุกวัน


เรา... นัดไปเที่ยวกันในวันหยุด
แม้... ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อนไปได้ครบทุกคน

ถึงแม้...  กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมีความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิกเซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพเพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน

7 สูตรพอกหน้า จากทั่วโลก

สำหรับใครที่อยากจะมีใบหน้าสวยใส  วันนี้เรามีสูตรการพอกหน้าแบบพิเศษ ที่สรรหามาจากทั่วโลกให้คุณได้บำรุงผิวหน้าของคุณ ให้คุณมีผิวที่ขาวใส    รับรองว่าสูตรจะทำให้คุณกลายเป็นสาวที่มีสุขภาพดี สดใสแน่นอนคะ    ไปลองทำกันเลยค้า
แบบที่ 1 พอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง (ประเทศสเปน)
วิธีการ : ล้างหน้าให้สะอาด เช็ดให้แห้งแล้วใช้ปลายนิ้วแตะน้ำผึ้งลูบไล้บนใบหน้าและลำคอเบาๆ สักครู่ แล้วนวดหน้าด้วยปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาประมาณ 5 นาที จนน้ำผึ้งเหนียว นวดต่อไปไม่ได้แล้ว ก็ปล่อยทิ้ง ไว้ประมาณ 10-15 นาที ระหว่างนั้นให้นอนพัก ศีรษะอยู่ต่ำกว่าระดับปลายเท้า เพื่อให้เลือดไหลมาหล่อเลี้ยง ที่ใบหน้าและลำคอได้สะดวกยิ่งขึ้น เมื่อครบเวลาแล้วก็ค่อยๆ ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดน้ำผึ้งออก ให้สะอาด เป็นอันเสร็จพิธี

แบบที่ 2 พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ล (ประเทศเบลเยี่ยม)
วิธีการ
 : ปอกแอปเปิ้ล คว้านเอาไส้และเมล็ดออก บดให้ละเอียด ขณะที่บดให้ผสมน้ำผึ้งลงไปด้วย เมื่อบด จนเข้ากันดีแล้ว นำเอาส่วนผสมนี้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 20 นาที แล้วใช้นมสดเย็นๆ ล้างออก

แบบที่ 3 พอกหน้าด้วยแตงโม (ประเทศตุรกี)
วิธีการ : ฝานแตงโมเป็นชิ้นบางๆ จากส่วนที่แดงที่สุด นำมาแปะให้ทั่วใบหน้า แล้วใช้ผ้าขาวบางคลุมหน้าไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

แบบที่ 4 พอกหน้าด้วยไข่ขาว (ประเทศสวิตเซอร์แลนด์)
วิธีการ
 : ต่อยไข่ไก่ 1 ฟอง แยกไข่แดงออกเทเฉพาะไข่ขาวลงในถ้วย ใช้ส้อมตีไข่ขาวจนเป็นฟองพอสมควร แล้วใช้แปรงขนนุ่ม จุ่มไข่ขาวทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที จนไข่ขาวเริ่มจับตัวแข็ง แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

แบบที่ 5 พอกหน้าด้วยน้ำมะนาวและน้ำผึ้ง (ประเทศฝรั่งเศส)
วิธีการ : ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน แล้วนำมาทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

แบบที่ 6 พอกหน้าด้วยมะเขือเทศ (ประเทศญี่ปุ่น)
วิธีการ
 : ฝานมะเขือเทศ 1 ชิ้นหนาๆ ถูให้ทั่วใบหน้าและลำคอเบาๆ ตรงบริเวณที่มีสิวเสี้ยน มะเขือเทศมี วิตามินซีและกรด AHA จะช่วยลอกผิวหน้าที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ หลังจากนั้นจึงค่อยใช้สำลีชุบน้ำเย็น เช็ดมะเขือเทศออกให้สะอาด

แบบที่ 7 พอกหน้าด้วยนมเปรี้ยว (ประเทศรัสเซีย)
วิธีการ
 : สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามัน ล้างหน้าให้สะอาดก่อนจะเอานมเปรี้ยวที่แช่เย็นจัดพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีหรือนานกว่านั้น แล้วใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก ตำรานี้จะใช้ได้ผลดีมากในหน้าร้อน เพราะจะช่วยให้ ใบหน้าที่ซีดเซียวกลับเปล่งปลั่งขึ้นได้ จะเห็นว่าสูตรหน้าที่กล่าวมาทั้งหมด ทำได้ง่ายๆ จากของใกล้ๆ ตัวอันมาจากธรรมชาติโดยเฉพาะ ลองเลือก ใช้สูตรใดสูตรหนึ่งดู แล้วแต่คุณถนัดหรือพอจะหาวัตถุดิบได้


เสน่ห์ 10 ข้อ ของผู้หญิง

เกิดเป็นผู้หญิง จะสวยน้อยหรือสวยมากแค่ไหน ไม่อาจกำหนดเองได้ แต่สิ่งที่เราสามารถปรุงแต่งนอกจากความสวยงามแล้ว คือ "เสน่ห์" จากการรู้จักเลือก

  



 1. ชุดชั้นใน ถ้าคุณคิดว่าไม่สำคัญ ผิดถนัดนัก แม้นว่าชุดนี้จะซ่อนอยู่อย่างมิดชิด ควรให้ความสำคัญสักนิด เพราะอยู่ติดกับผิวกายคุณที่สุด วัสดุเนื้อผ้าการรัดตัวของชุด หรือหลวมหย่อนย้วยจนเกินไป ให้รู้สึกสบายตัวที่สุด เพื่อความรู้สึกที่ดีจากข้างในถึงข้างนอก

 2. กระเป๋าถือ สิ่ง นี้คือของคู่กายของคุณสุภาพสตรี เพราะเป็นแม่บุญหอบกันแทบทั้งนั้น ไหนจะกระเป๋าสตางค์ มือถือ พวงกุญแจ เครื่องสำอางเอย จิปาถะ เลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับเสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ ดูให้เข้ากับตามโอกาส พกพาแต่ของสำคัญจำเป็นจริง ๆ 80% เก็บไว้ที่บ้าน 20% พกติดตัว แค่นั้นจึงเหมาะสม

 3. หน้าตายิ้มแย้ม ถึงแม้คุณจะแต่งตัวงดงามเพียงใด หน้าตาสดสวยมีเสน่ห์ กลิ่นกายหอมชื่นใจ แต่หน้างอเป็นม้าหมากรุกบอกบุญไม่รับ กลับบ้านไปนอนดีกว่า ใคร ๆ คงไม่อยากอยู่ไกล้ แล้วมันดีตรงไหนกันละคุณ

 4. รองเท้า รองเท้าที่ไม่เข้ากับชุดเสื้อผ้าที่สวมอยู่หรือสวมแล้วเป็นทุกข์เพราะเจ็บ เหลือใจ ดูไม่เหมาะถึงจะชอบใส่ขนาดไหน แต่ดูขัดกับบุคคลิก เช่น สูงปรี๊ดหรือลำลองเหมือนดูเล่นอยู่ตามตลาดสด อย่าพยายามให้อภัยที่คิดจะใส่มันเลย เสียบุคคลิกเปล่า ๆ แต่ถ้ายังคิดจะใส่อยู่ ต้องมั่นใจ เดินตัวตรงอย่างสง่า นั่นแหละแน่จริง

 5. กิริยาวาจา ท่าทางการเดิน วาจาบ่งบอกถึงการอบรม ถึงคุณจะสนิทรักใคร่กันมาเก็บวาจาไว้คุณกันที่ลับดีกว่า ท่าทางท่วงทีการเดินให้มีสง่าเข้าไว้ ตัวตรงหลังตึง ไปไหนมาไหนอย่าให้เหมือนพายุหมุนก็พอแล้ว
  

 6. สเปรย์ระงับกลิ่นปาก ที่สุดของสิ่งเสริมเสน่ห์ ดูปิ๊งปั๊งตั้งแต่หัวจดเท้าแต่พอเผยวาจาออกมา เพื่อนแตกฮือ ก็กลิ่นเจ้าหล่อนไม่จ๊ะจ๋าด้วย พกสเปรย์ระงับกลิ่นปากกันไว้ยิ่งเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องจ๊ะจ๋าทั้งวันกันไว้ก่อนเถอะคุณ

 7. เครื่องแต่งกาย แรกสุดคุณต้องรู้จักรูปร่างของคุณก่อน และพิจารณาสวมใส่ชุดให้เหมาะกับวาระโอกาสและสถานที่ เคารพต่อกิจกรรมที่ต้องเข้าร่วม ใส่ใจกับการตัดเย็บเสื้อผ้าแบบและสีสัน ดูให้เหมาะสมกับบุคลิกของคุณเอง อย่าเดินไล่ตามหลังแฟชั่นเกินไป จนผู้คนรอบข้างตะลึงงัน


 8. เครื่องสำอาง ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง หน้าตาผมเผ้า ดูแลกันนิด ประแป้งสักหน่อยเติมสีปากสักนิด จัดผมให้เข้าที่เข้าทาง อย่าถึงกลับปล่อยให้หน้าโทรมมันแผล็บ เหมือนไปวิ่งการกุศลมา แต่ขอร้องไม่ต้องพอกหน้าจนหาผิวเดิมไม่เจอก็แล้วกัน

 9. เครื่องประดับ ชุดเสื้อผ้าก็ดูดีแล้ว ทั้งกระเป๋า รองเท้า หน้าตาสวยสดใส หาเครื่องประดับอีกนิดแค่เสริมเติมให้ชุดกับตัวคุณดูมีลูกเล่น ไม่ต้องมากมายแค่ดูไม่เลี่ยนจนเกินไป เพิ่มเสน่ห์หญิงขึ้นมาทันที

 10. น้ำหอม เครื่องหอม น้ำปรุง หากลิ่นประจำตัวไว้ก็ไม่เลว ถึงคุณจะไม่ชอบหรือแพ้น้ำหอม แค่คโลญจ์หรือโลชั่นทาผิวกลิ่นอ่อน ๆ เดินผ่านใคร กลิ่นหอมชื่นใจติดเป็นกลิ่นประจำกายคุณได้

7 นิสัยเสีย ทำร้ายผิวให้แก่ก่อนวัย

เผย 7 นิสัยเสียทำร้ายผิวให้แก่ก่อนวัย ต้นตออยู่ที่พฤติกรรมประจำวันนี้เอง!แพทย์หญิง พักตร์พิไล ทวีสิน ผู้เขียนหนังสือ เคล็ดลับดูแลผิว Forever Young บันทึกไว้ว่า การจะดูแลผิวให้สาวกว่าวัยต้องดูถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยหลีกเลี่ยง 7 นิสัยทำร้ายผิว ได้แก่

 เย้ยฟ้าท้าแดด ขึ้นชื่อว่ารังสีอัลตราไวโอเลต ไม่ว่าจะชนิดเอหรือชนิดบีก็มีอำนาจทะลุทะลวงกระจก ช่องหน้าต่างมาสู่ผิวได้ทุกกรณี ขอแนะนำให้ทาครีมกันแดดทุกวัน ไม่เว้นแม้วันเมฆหมอกหนาหรืออยู่กับบ้านเฉย ๆ ถ้าไม่อยากให้ผิวเสื่อมเร็ว

ผีเสื้อราตรี พวกนี้แก่เร็ว เพราะชอบอดนอน ฉะนั้นวันไหนต้องอดนอน อีกวันต้องรีบหาเวลางีบให้ได้ เช่น เวลานั่งรถ นั่งทำงาน หรือประชุม ให้นั่งหลับตา พักสายตานิดนึง เลือดจะได้ไหลเวียนดี เพราะถ้าเพ่งตาเรื่อย ๆ ตาจะดำคล้ำ

กินไม่เลือก ยิ่งอายุมากยิ่งต้องพิถีพิถันเรื่องอาหารการกิน หากกินแต่แป้ง เนื้อสัตว์ น้ำตาล แล้วไม่กินผักผลไม้ ผิวจะไม่สดชื้น งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน ควรดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว

สะสมสารพิษ อย่างแรกเลยคือ บุหรี่ ทำให้ผิวพรรณดูหยาบกร้าน และปรอทในฟัน ซึ่งมีในผู้ที่อุดฟันด้วยอะมัลกัม สีเงินหรือสีทอง การอุดฟันชนิดนี้เวลากินอาหารที่เป็นกรด เช่น น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ ชีส น้ำตาล จะทำให้ปรอทออกมากับอาหาร แล้วกลืนเข้าไป ปรอทเป็นโลหะหนักไปจับอยู่กับเม็ดเลือด เม็ดเลือดทำงานได้ไม่ดี เอาออกซิเจนไปเลี้ยงอวัยวะไม่ได้ กลายเป็นแบกปรอทแทนที่จะแบกออกซิเจน ทำให้มีภาวะซีดเรื้อรัง ภูมิแพ้เรื้อรัง เพราะเม็ดเลือดแดงเม็ดเลือดขาวทำงานไม่ปกติ อาจมีผลให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ ส่วนผิวพรรณก็ไม่สวย แห้งกร้าน และแพ้ง่าย

ความเครียด มีผลให้ร่างกายเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ต่อสู้กับความเครียด พอเครียดขึ้นไปอีกจุด คอร์ติซอลออกมาจนหมดต่อมหมวกไต ส่งผลให้ร่างกายผอมแห้งเหี่ยว หน้าตาอมทุกข์

ขี้เกียจออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายเป็นยาอายุวัฒนะ เป็นแอนไทเอจจิ้ง ในการชะลอความชรา
ได้ดีที่สุด

ใช้เครื่องสำอางผิดวิธี มี 2 ประการคือ ขัดถู ล้างหน้ามากไป ทำให้เกิดริ้วรอย ดำคล้ำ ผิวแห้งผิวหยาบกร้าน รูขุมขนกว้าง และใช้เครื่องสำอางหมดอายุ